ไทยเป็นเมืองพุทธ แต่เข้าไม่ถึงวิถีพุทธ

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราเป็นเมืองพุทธแท้ๆ แต่เข้าถึงศาสนาพุทธจริงๆ ได้ไม่เท่ากับคนต่างชาติ เพราะคนไทยเรา ไปยึดติดยึดถืออยู่กับเหล่าของงงงายทั้งหลาย วัตถุมงคลทั้งหลาย การดูดวง พิธีกรรมต่างๆ ซึ่งแทบจะไม่ใช่ศาสนาพุทธที่แท้จริงเลย หากแต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยุคหลังทั้งนั้น ลองไปดูที่ต่างประเทศส่วนใหญ่นั้น เขามีเหตุมีผลและไม่เชื่อเรื่องงมงาย พอเขาได้ลองศึกษาศาสนาพุทธหรือมีพระอาจารย์ สายปฏิบัตินำไปเผยแพร่ที่ต่างประเทศทำให้ คนต่างประเทศซึ่งแต่เดิมนั้นก็เป็นคนเชื่อในเหตุในผลอยู่แล้ว ไม่เชื่อเรื่องวัตถุมงคลของขลัง จึงได้เข้าถึงศาสนาพุทธที่แท้จริงที่เป็นคำสอน การเจริญสติ ภาวนา การดับทุกข์ ของพระพุทธเจ้า  มากกว่าคนไทยที่เป็นเมืองพุทธด้วยซ้ำ

หากมามองย้อนดูรอบตัวของคนไทย ทุกวันนี้ พูดไม่ออก วัดในไทย ณ ปัจจุบัน ไม่ได้ว่า แต่อยากให้คิดตาม

สภาพของวัดไทยในทุกวันนี้ ที่เต็มไปด้วย อภิมหารูปเคารพ ข้ามนิกาย ข้ามศาสนา ข้ามตำนานที่เต็มไปด้วยการโฆษณาสรรพคุณ ด้านอิทธิฤทธิ์ ปาฎิหารย์กันสุดๆ ก็คงถูกสะท้อนออกมา เหมือนปรากฎการณ์ทุกอย่างในประเทศที่รักของเราที่ถูกการตลาด การมอมเมา ครอบงำ ยึดครองวิจารณญานได้หมด จนสามารถ ชี้นำ สร้างความเชื่อ ให้คนงมงายไร้เหตุผล แบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการเมือง การปกครอง การดำเนินชีวิต การบริโภค และก็มาถึง ศาสนา ในที่สุด ในประเทศใดก็ตาม ที่ผู้คน ไม่มีความแข็งแรงทางความคิด ในการต่อต้านการมอมเมา มากพอ ก็คงจะประสบปัญหาเช่นนี้ เหมือนๆกันทุกประเทศ ไม่ว่าจะเจริญทางวัตถุเพียงใด ระดับการศึกษาที่สูง แบบกลวงๆ ไร้มาตรฐาน อย่างที่เราเห็นกัน ก็เลย ไม่ได้เป็นตัวชี้วัด การเป็นคนมี สติ มีปัญญา มีความคิด อย่างแท้จริง ได้เลย

สำหรับคนที่ เป็นผู้ที่เข้าใจ แก่นของพุทธศาสนา และเคารพเฉพาะ คำสอนของพระพุทธเจ้า อย่างแท้จริง ก็อาจแทบจะเลิกเข้าวัด ที่กลายพันธุ์ จนเละเทะแบบนี้ ไปเลย เพราะไม่ยินดี จะเห็นความไร้ปัญญา ไร้แก่นสาร ของวัดนั้นๆ เพราะแค่ ใครก็ตาม ได้มีการนำหลักศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเรียบง่าย บนทางสายกลาง และเป็นธรรมชาติ

” เขาก็จะได้มีชีวิตที่เป็นสุข สงบ ได้ด้วยตนเอง ดีอยู่แล้ว “ เมื่อประสบปัญหา ก็แค่รวบรวมสติ แล้วค่อยๆพิจารณา แก้ปัญหานั้นๆ ไปเป็นขั้นเป็นตอน ก็ประสบความสำเร็จด้วยตนเอง ได้เสมอ ขณะที่คนงมงาย ไร้ปัญญา ก็จะเอาแต่ มุ่งระดม ถมทำบุญตระเวณกราบไหว้พระ ไหว้รูปปั้นเทพ สัตว์ในตำนาน สารพัด เก้าวัด ร้อยวัด ตระเวณแก้กรรม แก้ชง แก้ไปเรื่อย ทั่วสารทิศ

“แก้มันทุกอย่าง ยกเว้น แก้ไขตนเอง พิจารณาตนเอง” ซึ่งก็กลายเป็นว่า หมกมุ่นอยู่กับกิจกรรม ที่ไม่ใช่การทำบุญจริง แต่ เป็นแค่ การบ้าบุญ ติดบุญ หลงบุญ จนอาจก่อปัญหาด้านอื่น ตามมา แล้วก็เลย ต้องยิ่งตระเวณถมทำบุญ หวังแก้ปัญหาแบบนี้ ที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้แต่ วนๆเวียนๆ อยู่กับความงมงายไปอีกเรื่อยๆ ไม่รู้จบ

เมื่อเป็นเช่นนี้ คนที่มีสติ มีปัญญา มีความเข้าใจมีการปฎิบัติตนบนทางสายกลาง พอดีพองาม ตามหลักศาสนาก็เลยกลายเป็นชนกลุ่มน้อย ที่การดำเนินชีวิตเรียบง่าย ไม่ลุ่มหลงของเขา กลายเป็นดูเหมือนว่าแตกต่างจากผู้คนทั่วไปที่ยังหลงอยู่ท่ามกลางความเชื่อ และความงมงาย ที่เค้าทำกัน โดยที่ จะพูดอะไรมาก ก็ไม่ได้ เพราะ อาจจะไปกระทบกระเทือนจิตใจ คนหลงบุญ บ้าบุญ และ กระทบความเชื่อส่วนตัว ที่มักตามมาด้วยคำว่า ที่ทำอยู่ (อย่างไร้สตินั้น) ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนใครๆก็เลย ทำได้แค่ ส่งเสียงเตือน กระตุ้นความคิดเป็นบางครั้ง ได้เท่านั้น

ขอถวายบทความนี้ เป็นพุทธบูชา พระศาสดา ผู้มอบปัญญาอันประเสริฐ

Leave a Reply

Your email address will not be published.