HomeContentพ่อแม่ของหญิงสาว ดูถูกชายหนุ่มเป็น คนยากจน แต่นึกไม่ถึง เมื่อเห็นสิ่งที่เขาทำในวันแต่งงาน

พ่อแม่ของหญิงสาว ดูถูกชายหนุ่มเป็น คนยากจน แต่นึกไม่ถึง เมื่อเห็นสิ่งที่เขาทำในวันแต่งงาน

พ่อแม่ของหญิงสาว ดูถูกชายหนุ่มเป็น คนยากจน แต่นึกไม่ถึง เมื่อเห็นสิ่งที่เขาทำในวันแต่งงาน

การตัดสินใจแต่งงานกันระหว่างคนสองคนหรือมีชีวิตครอบครัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยเพราะแม้แต่ครอบครัวที่ให้ชีวิตเราเกิดมา วันหนึ่งต่างคนก็ต้องจากกัน และแยกย้ายกันไป

นับประสาอะไรกับใครก็ไม่รู้ที่รู้จักกับเราไม่เท่าไหร่ก็คิดจะมาใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงเวลาที่เหลือ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะอยู่กันได้นานแค่ไหน จะรักกันนานเท่าไหร่ เมื่อไหร่ที่รักมันจืดจางลง หมดสนุก เราก็ต้องแยกย้ายกันไปอย่างนั้นหรือวันนั้น เมื่อถึงเวลานั้นคงไม่สนุกเท่าไหร่หรอก ก็เลยเกิดคำถามว่า

จะแน่ใจได้ยังไงว่าคนๆนี้คือคนที่เราควรจะแต่งงานด้วย แล้วอยู่ด้วยกันได้จริงๆ !!เหมือนดังเช่นเรื่องราวของผู้หญิงรายหนึ่งที่มีประสบการณ์เรื่องความรักมาแบบไม่ได้โรยกลีบกุหลาบ แต่กลับทำให้เธอประทับใจมาตลอดชีวิตและคิดไม่ผิดที่เลือกใช้ชีวิตกับผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะดูแลคนที่รักเขา

และคนที่เขารักไปตลอดชีวิต เธอได้เล่าเรื่องราวความประทับใจนี้ให้ฟังว่า” ฉันและแฟนรู้จักกันตอนเรียนมหาลัย เขาเป็นคนหน้าตาดี แต่ที่แปลกคือไม่เคยมีแฟนหรือคบผู้หญิงคนไหนมาก่อน ฉันเคยคิดเล่นๆว่าหรือจริงๆเขาไม่ชอบผู้หญิง มีอยู่วันหนึ่งฉันไปเที่ยวผับกับเพื่อนและก็เจอเขาทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ผับแห่งนั้น ในวันนั้นฉันเมามาก และด้วยความเมาก็เลยจูบเขา หลังจากวันนั้นเขาก็หลบหน้าฉันมาตลอด

หลังจากนั้นเป็นต้นมาเราสองคนก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​แต่ไม่รู้ว่าพระเจ้าเล่นตลกอะไรกับเราทั้งคู่ ทำให้เขามาสมัครงานในที่ทำงานของฉัน เขาคงคิดว่าฉันเองก็มาสมัครงานเช่นกัน ในตอนนั้นฉันมีคำถามมากมายอยู่ในหัวที่อยากจะถาม แต่ก็ไม่กล้าถามเขาออกไป อีกอย่างเพราะเขาเองก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักอย่าง เขาดูไม่เปลี่ยนไปเลยทั้งท่าเดินและการพูดจา เมื่อเขารู้ว่าฉันทำงานอยู่ที่นี่

เขาก็ทำตัวไม่ถูกและรีบขอตัวไปสัมภาษณ์ทันทีหลังจากนั้นฉันก็ได้ติดต่อเขาไป เพื่อถามเรื่องที่มาสัมภาษณ์งาน พอได้ยินเสียงเขาก็รู้ในทันทีว่าทางบริษัทคงจะปฏิเสธเขาแน่นอน ฉันเลยนัดเขามาคุยด้วย ในวันนั้นฉันก็ได้ถามเขาไปว่าทำไมต้องหลบหน้ากัน เขาเงียบและนิ่งอยู่สักพัก และเขาก็บอกว่า

เขาไม่ได้หลบหน้าฉัน แต่ทางบ้านเขามีปัญหาในช่วงนั้น เขาพูดต่อว่าจริงๆแล้ว เขาอยากจะคบกับฉันมาก แต่กลัวว่าถ้าคบกันแล้วจะทำให้ฉันลำบากไปด้วย พอเขาพูดจบ ฉันเองก็รู้สึกแย่ไปด้วย หลังจากนั้นฉันก็พยายามเปลี่ยนเรื่องคุย​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​หลังจากวันนั้นฉันก็พยายามช่วยเขาหางานทำ

และคอยอยู่ข้างๆเขามาโดยตลอด เวลาผ่านไปเร็วมากในที่สุดเราสองคนก็คบกันและเขาก็พาฉันไปที่บ้านเพื่อแนะนำให้รู้จักกับครอบครัวของเขา ฉันคิดมาตลอดว่าบ้านเขาไม่ได้มีฐานะ แต่คิดไม่ถึงว่าแม่ของเขาจะเป็นอัมพาต เมื่อทางบ้านของฉันรู้เรื่อง พ่อและแม่คัดค้านการคบหาของเราทั้งคู่ ฉันรู้ว่าพ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกมีความสุข แต่ฉันคิดว่าแค่ได้อยู่กับคนที่เรารักมันก็มีความสุขมากที่สุดแล้ว ฉันจึงแอบคบหากับเขามาตลอด

จนฉันตั้งท้อง พ่อแม่ของฉันจึงไม่สามารถปฏิเสธที่จะไม่ให้ฉันแต่งงานด้วย พ่อและแม่ของฉันกลัวว่าถ้าฉันแต่งงานไปจะต้องมีชีวิตที่ลำบาก ท่านทั้งสองจึงซื้อบ้านและรถให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน พ่อบอกกับแฟนของฉันว่า ในวันงานแต่งงานไม่ให้พ่อแม่ของเขามาร่วมงาน

เพราะว่าในวันงานจะมีคนสำคัญและมีหน้ามีตาในสังคมมาร่วมงาน ดังนั้นไม่อยากขายขี้หน้าแขกรับเชิญ ฉันจึงพยายามที่จะอธิบายและขอร้องให้พ่อเปลี่ยนใจ แต่ก็ทำไม่ได้และแล้ววันงานก็มาถึงในระหว่างเข้าพิธีฉันกับสามีกำลังเดินเข้ามาในงาน แต่เดินยังไม่ถึงเวทีอยู่ๆสามีของฉันได้รับโทรศัพท์และวิ่งออกไปนอกงานทันที

หลังจากนั้นเขาค่อยๆเดินกลับมา พร้อมแบกแม่ของเขามาบนหลัง แล้วก็อุ้มแม่ไปนั่งบนเก้าอี้ พร้อมกับกล่าวกับแขกผู้มาร่วมงานว่า “สวัสดีครับแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ที่สละเวลามาร่วมงานมงคลสมรสในวันนี้ มาเพื่อเป็นสักขีพยานความรักของเราทั้งคู่ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณพ่อและแม่ของผมที่เลี้ยงผมมาจนโต

สอนอะไรมากมาย พวกคุณคงคิดไม่ถึงว่าคนที่เป็นอัมพาตทั้งสองคนนี้จะมีชีวิตที่ยากลำบากแค่ไหน แต่เป็นเพราะพวกเขาทำให้มีผมในวันนี้ ตอนที่ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม พ่อของผมขึ้นไปซ่อมหลังคาแล้วเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มตกลงมาจนทำให้เป็นแบบนี้ พ่อของผมปฏิเสธที่จะเข้ารับการรักษา

เพราะต้องการเก็บเงินที่มีอยู่ให้ผมได้เรียนหนังสือ หลังจากวันนั้นอยู่ๆพ่อของผมก็อาการหนักขึ้นร่างกายเริ่มไม่ไหว จนวันสุดท้ายของชีวิต ผมรีบกลับบ้านเพื่อมาดูพ่อ พ่อบอกว่าต่อจากนี้ไปผมต้องดูแลแม่ดีๆนะ เพราะเขาไม่สามารถอยู่ดูแลต่อได้แล้ว ผมรับปากพ่อ หลังจากที่พ่อจากไป

ผมก็ได้ไปลาออกจากมหาลัยและค่อยดูแลแม่ และในวันนี้วันสำคัญของผม ผมขอพาคนสำคัญที่สุดในชีวิตมาร่วมงานวันนี้ และผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า การที่มีพ่อหรือแม่ที่เป็นอัมพาตไม่มีอะไรต้องน่าอาย จริงไหมครับ?!”หลังจากว่าที่สามีของฉันพูดจบ

เขาก็อดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้และแขกผู้ร่วมงานต่างพากันลุกขึ้นปรบมือกันดังสนั่นทั่วห้อง พ่อของฉันหน้าถอดสี แต่หลังจากนี้ไปฉันก็ไม่รู้ว่าสามีฉันจะมองหน้าติดกับคนที่บ้านฉันได้หรือไม่? แต่สิ่งที่ฉันรู้แน่นอนก็คือ ฉันเลือกผู้ชายไม่ผิดจริงๆ ต่อจากนี้ไปชีวิตฉันจะมีแต่ความสุขแน่นอน !!

RELATED ARTICLES

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular

Recent Comments