ชายถามยมราชว่า “ทำไมฉันถึงยากจน ทุกภพ ทุกชาติ” ยมราชตอบ…

129

เหล่าลิ่ว ยากจนตลอดชีวิต…

เห็นการอพยพของผู้คน ที่หนีความอดอยากหิวโหยมา เหล่าลิ่วรีบแบกสมบัติทั้งหมดที่มี คือ มันเทศกระสอบหนึ่ง ก็เข้าร่วมในกลุ่มคนอพยพที่หนีความอดอยากด้วย ระหว่างทาง..เหล่าลิ่วพบเห็นพ่อลูกคู่หนึ่งที่หิวจนเหลือแต่ลมหายใจเฮือกหนึ่ง บนหลังของผู้เป็นพ่อก็แบกของถุงๆ หนึ่งที่ดูท่าหนักอึ้ง เมื่อเขาเห็นเหล่าลิ่วแบกมันเทศไว้มากมาย จึงขอเหล่าลิ่วหัวหนึ่งเพื่อให้เด็กกิน เหล่าลิ่วไม่ยินยอม คนผู้นั้นจึงพูดว่า

“เจ้าขายให้ข้าได้หรือไม่ ?”

พูดจบนำเงินที่แบกไว้กลางหลัง เทลงบนพื้นทั้งหมด เหล่าลิ่วเห็นเงินแล้วตาค้าง เพราะว่าเขายากจนมาทั้งชีวิต แม้แต่ในฝันก็ไม่เคยฝันเห็นเงินมากมายขนาดนี้ จากนั้นเหล่าลิ่ว..แบกถุงเงินรีบเดินทางแล้ว เขากลัวสองพ่อลูกคู่นั้นเปลี่ยนใจกลับคำพูด รีบเร่งเพิ่มความเร็วของฝีเท้ารุดเดินไปข้างหน้า

หลายวันต่อมา เหล่าลิ่วเดินไม่ ไหวอีกต่อไปแล้ว เพราะตลอดทาง เขาหาซื้อของกินไม่ได้เลย สองพ่อลูกที่ซื้อมันเทศจากเขา ก็เดินตามมาทันเขาแล้ว เหล่าลิ่ว…มองดูมันเทศที่อยู่กลางหลังของผู้ชาย เขาเริ่มเสียใจแล้ว เขาเดินตามไป คิดที่จะซื้อมันเทศกลับคืนมา ทว่า ผู้ชายคนนั้นอย่างไรก็ไม่ยอมขาย เหล่าลิ่วนั่งลงบนพื้นด้วยความผิดหวัง โอบกอดเงินของเขาไว้ แล้วตายลงท่ามกลางความหิวโหย

เหล่าลิ่ว..ไปพบเจอยมราช

ยมราชพูดว่า  “แท้จริงอยากให้เจ้าได้มีโอกาสเกิดความร่ำรวยสักครั้ง คิดไม่ถึงว่าจะกลับกลายเป็นการคร่าชีวิตของเจ้า คนตายเพราะความโลภในทรัพย์เยอะจริงๆ นกม้วยเพราะอาหารแท้ๆ”

เหล่าลิ่วพูดว่า  

“ชาติก่อนข้ายากจนจนเข็ดแล้ว ชาติต่อไปไม่คิดจะเป็นคนยากจนอีกแล้ว ”

ยมราชพูดว่า

” แท้จริงแล้ว ชาติก่อนของเจ้าก็ไม่สมควรยากจน หากมันเทศขายเพียงครึ่งหนึ่ง ก็ไม่เรียกว่ายากจนแล้ว ใครให้เจ้าขายไปทั้งหมดล่ะ ..เรื่องของชาติต่อไปคุยกันได้ ข้าถามเจ้า ชาติหน้ามีทางเลือกสองทาง ทางหนึ่งก็คือ คนหมื่นคนสนับสนุนเลี้ยงดูเจ้า อีกทางหนึ่งก็คือ เจ้าคนเดียวสนับสนุนเลี้ยงดูคนหมื่นคน เจ้าจะเลือกทางไหน ?”

เหล่าลิ่วเพิ่งจะฟังจบ ตอบเลยไม่คิดโดยไม่ลังเลว่า

“ย่อมต้องเป็นคนหมื่นคนสนับสนุนเลี้ยงดูข้าคนเดียว “  จากนั้น กล่าวขอบคุณยมราชเป็นพันเป็นหมื่นครั้งแล้วจากไป

สามสิบปีต่อมา..

เหล่าลิ่วก็ได้กลับมาอยู่ตรงหน้ายมราชอีกครั้ง เขาเอะอะโวยวายว่ายมราชโกหกหลอกลวงเขา ยมราขหัวเราะแล้วพูดว่า

” ทำไมจึงกล่าวหาว่า ข้าโกหกหลอกลวงเจ้าล่ะ ?”

เหล่าลิ่วพูดว่า  “ข้าเป็นขอทานมาทั้งชีวิต”

ยมราชพูดว่า

” คนหมื่นคนสนับสนุนเลี้ยงดูเจ้าคนเดียว ก็หมายถึงขอทานน่ะซิ เจ้ามาโทษข้าไม่ได้ ได้แต่โทษตัวเองที่โลภเอง “

เหล่าลิ่วได้ยินเช่นนี้ จึงพูดกับยมราชว่า

” ท่านยมราช ชาติต่อไปของของข้า ใคร่วิงวอนท่านให้ข้ามีชีวิตที่มีความเป็นอยู่ที่สุขสบายเถิด “

ยมราชพูดว่า

” เรื่องนี้คุยกันได้ ตอนนี้มีงานสองงานที่ดีมาก งานหนึ่งก็คือเป็นยามเฝ้าดูภูเขาทองคำลูกหนึ่ง อีกงานหนึ่งก็คือ เป็นยามเฝ้าดูที่ดินแปลงหนึ่ง เจ้าจะเลือกงานไหน

เหล่าลิ่วครั้งนี้ไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วน รู้สึกว่า ยัง คงเป็นยามเฝ้าดูแลภูเขาทองคำดีกว่า

ยมราชมองดูเงาหลังของเหล่าลิ่วที่จากไปไกลแล้ว พูดว่า

” คนผู้นี้ชะตาอาภัพจริงๆถูกลิขิตไว้ต้องยากจนทุกๆชาติ ” เหล่าผีน้อยถามว่าเพราะเหตุใด ยมราชตอบว่า

” งานที่เป็นยามเฝ้าดูที่ดินแปลงหนึ่ง แท้จริงแล้วก็คือ เป็นขุนนางในเมืองๆ หนึ่ง ส่วนงานที่เฝ้าดูภูเขาทองลูกหนึ่งนั้น แท้จริงแล้ว ก็คือ เป็นหนูตัวหนึ่ง คอยเฝ้าดูยุ้งฉางข้าวเปลือกน่ะซิ “

** ชีวิตเป็นการดำเนินด้วยตนเอง

ถนนสายเดียวกันบางคนค่อยๆเดิน บางคนวิ่ง บางคนขับรถวิธีการที่ไม่เหมือนกันผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกัน ชะตาชีวิตที่เหมือนๆกันบาง คนหัวเราะยิ้มสู้ บางคนร่ำร้องไห้วิงวอน บางคนยอมรับ
อย่างเงียบๆ ท่าทีที่ไม่เหมือนกันผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกัน ไม่มีใครสามารถกำหนดรูปแบบในการดำเนินชีวิตของเราทั้งหมดล้วนเป็นตัวเราเองที่เลือกสรรทั้งนั้น

*คน*

อุปนิสัยที่แตกต่างกัน การเลือกก็จะไม่เหมือนกัน การเลือกที่ไม่เหมือนกัน ชะตาชีวิตก็จะไม่เหมือนกัน ***

ขอบคุณแหล่งที่มา : line