เพราะบางครั้ง ความจริง อาจไม่ได้มีหนึ่งเดียวเสมอไป….

54

“นิทานสามเรื่อง ข้อสรุปเดียวกัน…สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด”

นิทานเรื่องแรก

หากคุณรู้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังตั้งครรภ์ แต่หล่อนเคยมีลูกมาแล้วแปดคน มีสามคนหูหนวก สองคนตาบอด อีกคนปัญญาอ่อน และตอนนี้หล่อนก็กำลังป่วยเป็นโรคซิฟิลิส ขอถามว่าคุณอยากแนะนำให้หล่อนไปทำแท้งไหม?

เรากำลังจะตอบ แต่เพื่อนห้ามไว้ก่อน และเขาก็ขอเล่าเรื่องถัดไป…

นิทานเรื่องที่สอง

ตอนนี้พวกเรากำลังเลือกผู้นำประเทศ คะแนนหนึ่งเสียงของคุณมีความหมายมากในการตัดสินการเลือกครั้งนี้ และต่อไปนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลือกทั้งสามคน

คนแรก มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับนักการเมืองที่มีประวัติไม่สะอาดนัก ดูดวงเก่ง มีกิ๊ก สูบบุหรี่จัด ต้องดื่มมาร์ตินี่ 8-10 แก้วทุกคืน
คนที่สอง มีประวัติถูกนายจ้างไล่ออกจากงานมาแล้วสองหน นอนขี้เซาต้องตื่นหลังเที่ยงวันแทบทุกวัน เคยสูบฝิ่นตอนเป็นนักศึกษา ดื่มวิสกี้ทุกเย็นวันละครึ่งค่อนขวด
คนที่สาม ประวัติเคยรับเหรียญกล้าหาญจากสงคราม ทานมังสวิรัติเป็นนิจ ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเบียร์บ้างบางครั้ง ไม่มีประวัตินอกใจภรรยา
ขอถามว่าคุณจะเลือกใครเป็นผู้นำประเทศในสามคนนี้???

เราเขียนคำตอบไว้ในกระดาษ ก่อนที่เพื่อนจะบอกเราว่า……

คนแรกที่เอ่ยถึงคือ แฟรงคลิน รูสเวลด์ ประธานาธิบดีคนที่ 32 ของสหรัฐอเมริกา

คนที่สองคือ วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีคนดังของอังกฤษ

ส่วนคนสุดท้ายคือ อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ จอมเผด็จการที่ทำให้โลกสะท้านมาแล้ว

เราได้แต่อ้าปากหวอหลังทราบคำเฉลย เพื่อนถามว่าเราเลือกฮิตเลอร์เป็นผู้นำใช่ไหม

ถ้าเช่นนั้นก็คงอยากแนะนำผู้หญิงจากนิทานเรื่องแรกไปทำแท้งแน่นอน

เราบอกว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ต้องคิดมาก เราได้รับการศึกษาอย่างดีเป็นเวลาสิบๆ ปี ย่อมแยกแยะถูกผิดชั่วดีได้ชัดเจน เราต้องเสนอให้หล่อนไปทำแท้งแน่นอน

เพื่อนบอกว่า ถ้าเช่นนั้นคุณก็ได้สั่งฆ่าบีโธเฟ่น……นักเปียโนเอกของโลก และคีตกวีอันลือนามชาวเยอรมันคนนั้นไปแล้วตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพราะหล่อนคือ มารดาของบีโธเฟ่นนั่นเอง

เราได้แต่อ้าปากหวออีกครั้ง เพื่อนบอกว่าคำตอบที่คุณคิดว่าดีและถูกต้องที่สุดนั้น

ผลของมัน คือ สั่งฆ่าบีโธเฟ่นทิ้ง และสนับสนุนให้ฮิตเล่อร์เป็นใหญ่ในแผ่นดิน

นิทานเรื่องที่สาม

เรือลำใหญ่กำลังจะจมลงในทะเล สามีภรรยาคู่หนึ่งตะเกียกตะกายมาถึงเรือชูชีพ แต่บนเรือมีที่ว่างเพียงที่เดียว คนเป็นสามีขึ้นไปครอบครองที่ว่างนั้น และปล่อยภรรยาให้จมอยู่ในน้ำ แต่ก่อนที่ภรรยาจะจมหายไปในทะเล เธอตะโกนบอกคนเป็นสามีเป็นประโยคสุดท้ายในชีวิต เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ เพื่อนถามเราว่า “แกคิดว่า ผู้หญิงคนนั้นตะโกนว่าอะไร” เราตอบด้วยความเคืองแค้นว่า “ฉันเกลียดนาย ฉันมันคนตาบอด”

เพื่อนจำต้องเฉลย เพราะผู้หญิงคนนั้นตะโกนว่า “ดูแลลูกเราให้ดีนะ”

เพื่อนเล่าต่อไปว่า หลังจากรอดชีวิต ผู้ชายกลับถึงบ้าน เลี้ยงดูบุตรสาวคนเดียวจนโตเป็นผู้ใหญ่ หลายปีถัดไป พอผู้เป็นพ่อตายจากไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ลูกสาวจึงได้จัดการรื้อข้าวของที่พ่อทิ้งไว้ พบสมุดจดบันทึกประจำวันของพ่อเขียนเล่าไว้ว่า…..

“ตอนที่พ่อกับแม่ไปนั่งเรือท่องทะเล แม่ป่วยหนักด้วยโรคร้ายในระยะสุดท้ายแล้ว ในวินาทีวิกฤต พ่อพุ่งตัวไปยังเรือชูชีพ”………และนี่คือข้อความที่พ่อบันทึกไว้ในสมุดต่อไปว่า “อยากจะจมหายไปในทะเลพร้อมกับเธอ แต่ผมทำไม่ได้ เพียงเพราะลูกสาวของเรา ผมจึงจำเป็นต้องทิ้งเธอให้นอนจมอยู่ใต้ทะเลเพียงลำพังคนเดียว……..”

ในโลกใบนี้ บางครั้งบางครา เรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องซับซ้อนและละเอียดอ่อน แยกแยะลำบาก

เพราะฉะนั้น มันยากที่จะตัดสินความถูกผิดชั่วดีด้วยข้อมูลที่มีจำกัดหรือมุมมองเพียงด้านเดียว

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต อาจผิดแปลกไปในปัจจุบัน

และสภาพในปัจจุบัน ก็อาจไม่สามารถตัดสินอนาคตได้

ไม่ว่าจะเป็นของคนอื่น หรือตัวเราเอง

สิ่งที่เห็นจึงอาจไม่ใช่อย่างที่คิด

cr. “ขจรศักดิ์” แปลและเรียบเรียง

ขอบคุณ:http://www.xn--42c6aph7j1c6b.com/