ไม่จากเช้า ก็จาก ‘เย็น’ ไม่จากเป็น ก็จาก ‘ตาย’

เราคงไม่ปฏิเสธ..

หากวันหนึ่งต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป

ไม่ว่าจะจากกันด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม

น้ำตาแห่งความเสียใจ ความพลัดพราก การสูญเสีย

ย่อมเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย

เพราะการที่มีใครคนหนึ่งหายไปจากชีวิต

เราอาจจะดำเนินชีวิตเหมือนเช่นทุกวันได้ แต่ไม่เหมือนเดิม

และส่วนใหญ่ก็จะตกไปอยู่ในห้วงของความคิด

นั่งรำลึกเหตุการณ์ในอดีต

เห็นรูป เห็นสิ่งของของบุคคลอันเป็นรักไม่ได้

บางคนเรียกได้ว่า..ร้องไห้จนน้ำตาจะเป็นสายเลือด

หรือ น้ำตาตกใน ร้องจนไม่มีน้ำตาจะไหล

จริงๆ ชีวิตนี้ซ้อมการพลัดพรากให้เราทุกวันนะ

สามี ภรรยา ออกจากบ้านต่างคนต่างไปทำงาน

ลูก หลาน ออกจากบ้านไปโรงเรียน

ปู่ ยา ตา ยาย ออกจากบ้านไปวัด ไปตลาด

แต่ว่า..การพลัดพราก..ดังที่กล่าวมา

เราไม่เกิดความสูญเสีย เราออกจากบ้านไปตอนเช้า

ตอนเย็น ตอนค่ำก็กลับมาเจอกัน ไม่มีใครจะคิดว่า..

การเจอกันเมื่อเช้านี้ เราจะไม่มีโอกาสเจอกันอีก

เราจึงไม่รู้ตัวว่า.. ชีวิต..ซ้อมความพลัดพรากอยู่

แต่เมื่อวันหนึ่ง..เราต้องเจอเข้ากับ

ความพลัดพราก การจากลา อย่างไม่มีวันกลับ เข้าอย่างจัง

เราจะมาตระหนักกันตอนนี้ว่า..เราจะไม่เจอกันอีกแล้ว

คิดถึงเมื่อวาน..

เมื่อวานยังรำคาญแม่บ่นเรื่องห้องรกอยู่เลย

เสียงพ่อที่ร้องเพลงเวลาอาบน้ำ

เสียงน้องเล่นกับเจ้าหมาตัวโปรด

เสียงแฟนบ่นแบบงอนๆ อย่ากลับบ้านค่ำ รอกินข้าว

เสียงคุณยายลุกมาทำกับข้าวใส่บาตร

ต่อแต่นี้ไปเราจะไม่ได้ยินอีกแล้ว

ลองถามตัวเองดูว่า.. ถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างไร

บางคน..ดำเนินชีวิตต่อไปไม่ได้

บางคน..ไปต่อได้ แบบซังกะตาย

บางคน..ไปต่อได้ แบบมีสติ แม้จะเป็นสติที่แบบติดๆ ดับๆ

แต่ทุกคนต้องดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้นะ

การจากลา มันมีด้านบวกของมันอยู่ คือ

เราสามารถสร้างความเข้มแข็ง สร้างพลัง สร้างกำลังใจ

เพื่อที่จะไปต่อให้ได้ เราจะไม่รู้เลยว่า..

เราเข้มแข็งได้มากเพียงใด ถ้าเราไม่เคยอ่อนแอ

การเริ่มต้นกับชีวิตที่จะเติบโตขึ้น เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตบนโลก

ที่มีแต่..ความเปลี่ยนแปลง ” เป็นธรรมดา “

(แม้ความธรรมดาของโลกนี้ มันอาจจะไม่ธรรมดาสำหรับเรา)

จงทำความเข้าใจว่า…โลกใบนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้นให้ได้

เพราะ ไม่มีใครเลยสักคน..ที่จะไม่พบเจอกับเรื่องแบบนี้

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : โพสต์ให้อ่าน