พระพุทธเจ้าทรงห้ามคิด! 4 เรื่อง คิดแล้วอาจเป็นบ้า!…แล้วคิดเรื่องอะไรจึงจะได้ดีทุกชาติ!

751

อจินไตย แปลว่า เรื่องที่ไม่ควรคิดเพราะเกินภูมิปัญญาของมนุษย์(ที่ยังถูกครอบงำด้วยกิเลสความมืดของความไม่รู้ของอวิชชา) ที่จะใช้ความคิดปกติไปคิดได้คิดแล้วจะมีส่วนแห่ง
ความเป็นบ้า

แม้การตั้งประเด็นปัญหา รวบรวมข้อมูลทดลองวิจัย สุดท้ายก็สรุป, ก็ใช้ไม่ได้กับเรื่องอจินไตย
สิ่งที่เป็นอจินไตยมีทั้งหมด ๔ เรื่องใหญ่ ๆคือ

พระพุทธเจ้าทรงห้ามคิด! 4 เรื่อง คิดแล้วอาจเป็นบ้า!…

๑.พุทธวิสัย คือเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ของพระพุทธเจ้า เช่น พระพุทธเจ้าทรงมีพระสัพพัญญุตญาณทรงรู้แจ้งโลก มนุษย์เราทั่วไปเป็นคนมีปัญหาเมื่อมีปัญหาแล้วไม่รู้คำตอบก็ต้องพยายามแสวงหาคำตอบ

กว่าจะได้คำตอบบางทีเป็นปีบางทีเป็นสิบเป็นร้อยเป็นพันปี หาทั้งชีวิตก็ไม่เจอ แต่พระพุทธเจ้าไม่ใช่สำหรับพระองค์คำตอบมีมากกว่าคำถามเวลามีใครถามปัญหา ถามปุ๊บ พระองค์ทรงตอบทันที

ไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์วิจัยเพราะทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ รู้แจ้งสรรพสิ่ง ในเวลาเสี้ยววินาทีทรงระลึกชาติของสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ล้านชีวิต ล้านชาติ คือ แต่ละคนรู้เป็นล้าน ๆชาติ

เรื่องนี้เราจะมาคิดด้วยเหตุผลธรรมดาไม่มีทางคิดออกเพราะเป็นพุทธวิสัย

๒.ฌานวิสัย คือ วิสัยของผู้มีฌาน เช่นการเหาะได้ เราคิดออกไหม ตามปกติต้องมีแรงโน้มถ่วง ถ้าไม่มีเครื่องบิน ไม่มีจรวดแล้วเหาะไปได้อย่างไร แต่ท่านเหาะไปแล้ว หรือการหายตัวก็เหมือนกันหายตัวไปได้อย่างไร

อยู่ ๆ เดินทะลุกำแพงไปได้อย่างไรคิดหาเหตุผลให้หัวแตกก็คิดไม่ออก ท่านบอกว่าอย่าไปคิดคิดแล้วจะมีส่วนแห่งความเป็นบ้า เป็นวิสัยของผู้มีฌานสมาบัติไม่ต้องถึงขนาดพระพุทธเจ้าหรอก

๓.กรรมวิสัย คือวิสัยของกฎแห่งกรรมการให้ผลของกรรมซับซ้อนมากบางคนนึกว่าการทำกรรมดีเหมือนมีเงินฝาก ทำกรรมชั่วเหมือนถอนเงินมาใช้ มีตัวแดงขึ้นถึงคราวหลับตาลาโลก ก็เอาตัวดำตัวแดงมาเทียบกันดู

ถ้าตัวดำเยอะบุญมากกว่าบาปก็คงไปสวรรค์ถ้าตัวแดงเยอะบาปมากกว่าบุญก็คงไปนรกแต่ในความเป็นจริงการให้ผลของกรรมไม่ได้ง่ายอย่างนั้นบางคนเคยทำบาปกรรมมามากแต่ก่อนตายมีพระมาโปรด

จิตก็เลยผ่องใสไปสวรรค์ก่อน แต่บาปกรรมที่ทำไว้ก็ไม่ได้หายไปไหน เมื่อไรผลบุญตรงนั้นหมด จากเทวดาไม่ได้มาเกิดเป็นคนนะสามารถตกนรกได้เลยเรื่องของกรรมมีความซับซ้อน

ทั้งกรรมดีกรรมชั่วอยู่ในใจของเรารอจังหวะแสดงผล … ถ้ากรรมชั่วแสดงผลก็เหมือนระเบิดเวลาตูมขึ้นมาก็เกิดเหตุเภทภัยบางทีถึงขั้นเสียชีวิตบางคนทำดีมาตลอดทำไมอยู่ ๆ เกิดอุบัติเหตุตาย

หรือถูกลงโทษกลั่นแกล้งจนตายทำไมทำดีไม่เห็นได้ดี บางคนคิดอย่างนี้ สิ่งที่เขาเจอแม้ไม่สมควรแก่เหตุในปัจจุบันแต่สมควรแก่กรรมที่เขาเคยทำมาในอดีต เพราะในอดีตเขาเคยทำกรรมไม่ดีเอาไว้

ถึงคราวพอระเบิดตูมเกิดเรื่องเลยถ้าเราจะไปคิดเรื่องกรรมแล้วละก็เป็นบ้าเปล่า เพราะมันซับซ้อนมากจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ต้องตั้งใจนั่งสมาธิจนกระทั่งเกิดญาณทัสนะแล้วไปดูตอนนั้นถึงจะเข้าใจ

ไม่ใช่รู้ด้วยจินตมยปัญญาหรือปัญญาจากความคิดแต่เข้าใจด้วยภาวนามยปัญญาคือ ปัญญาจากการทำสมาธิภาวนาที่เรียกว่ารู้แจ้ง ถึงจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

๔.โลกวิสัย คือ เรื่องของโลก เช่นโลกนี้โลกหน้ามีไหม นรกสวรรค์มีจริงหรือเปล่าเป็นต้น คิดให้หัวแตกก็คิดไม่ออก ถ้าอยากรู้ต้องนั่งสมาธิจนเกิดญาณทัสนะแล้วค่อยไปดู

พระพุทธเจ้าทรงห้าม! 4 เรื่อง,คิดแล้วอาจเป็นบ้า!…แล้วคิดเรื่องอะไรจึงจะได้ดีทุกชาติ!
ทั้งหมด ๔หัวเรื่องใหญ่นี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรคิด คิดแล้วจะมีส่วนแห่งความเป็นบ้าสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเราควรคิดควรทำคือ ตั้งใจ ทำดี ทั้งความคิด คำพูดการกระทำ ขัดเกลาจิตใจตนเองด้วยการเป็นผู้ให้

เพื่อกำจัดความตระหนี่เห็นแก่ตัวประพฤติตัวอยู่ในศีลสมกับที่เกิดเป็นมนุษย์จิตใจสูงประพฤติปฏิบัติธรรมชำระจิตใจให้พ้นจากอำนาจของกิเลสอาสวะตัณหาราคะทั้งหลายจนมีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ

อย่างกลั่นกล้าแล้วเกิดญาณทัสนะจึงจะไปรู้ไปเห็นและเข้าใจเรื่องราวต่างๆที่เป็นอจินไตยเหนือวิสัยสติปัญญาของคนธรรมดาๆ ได้

ถึงตรงนี้ ขอสรุปอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดขึ้นว่า อจินไตย แม้เป็นเรื่องเหนือสติปัญญาของคนธรรมดาแต่ไม่ได้หมายความว่า คนธรรมดาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าใจ, ทั้งนี้เพราะ ผู้ที่ไปถึงความเป็น อจินไตย

ก็เคยเป็น มนุษย์ธรรมดา มาก่อนเหมือนเราท่าน,แต่ท่านเหล่านั้น ไม่ได้เสียเวลานึกๆ คิดหรือถกเถียงกันไปวันๆ …สิ่งสำคัญ คือ ท่านลงมือฝึกฝนจิตใจตนเอง จนกระทั้ง มีคุณสมบัติที่เลิศและเข้าถึงความเป็นอจินไตย,

ก็แปลว่า มนุษย์ธรรมดาอย่างเราท่านก็สามารถที่จะฝึกฝนขัดเกลาจิตใจตนเอง ให้มีคุณสมบัติอย่างท่านเหล่านั้นที่ประสบความสำเร็จในกาลก่อนได้ ! (ตอนนี้ เอาศีล 5ข้อ ให้บริสุทธิ์ให้ได้ก่อน! ถ้าจะว่ากันซื่อๆ )

ฉะนั้นแล้ว, ณจุดนี้ อะไรที่ควรคิด ควรรู้ ควรศึกษา หรือ ควรทำ ? ก็กลับมาพิจารณาความจริงในชีวิตที่เราเผชิญอยู่ทุกลมหายใจคือความทุกข์จาก การเกิด แก่ เจ็บ ตาย! ฉะนั้น สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุด คือ

แก้ทุกข์ของเราให้ได้ก่อน เป็นอันดับแรก !ดังที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสอุปมาไว้ว่า …

… ชายผู้ถูกยิงด้วยธนู อาการสาหัสสิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือ ถอนธนูออกจากร่างกาย แล้วรักษาบาดแผลให้หายเพื่อรักษาชีวิตให้รอด แต่หากชายผู้นั้นเป็นคนเขลา กลับมุ่งสงสัย ใคร่รู้ว่า 

“วิถีธนูมาจากทิศไหน ใครเป็นผู้ยิงเขา ยิ่งไปทำไมยิ่งเพื่ออะไร ลูกธนูทำจากอะไร ฯลฯ”

แล้วไปแสวงหาคำตอบเหล่านั้นก่อนโดยที่ไม่ถอนธนูออกแน่นอนว่าในที่สุดเขาก็ต้องตายโดยที่ยังไม่ได้คำตอบอะไรทั้งสิ้น… !

ทุกข์มนุษย์ ที่ต้องเร่งแก้ไม่ว่าจะเป็น …ความเจ็บป่วยทั้งร่างกาย และจิตใจ ความลำบากยากจน ทุกข์เพราะความโลภความอยากที่ไม่มีวันพอ ที่ต้องดิ้นรนเดือดร้อนทุกข์เพราะความโกรธจนโลกมีแต่เรื่องทะเลาะ

แย่งชิงทำร้ายกันไปทั่วโลกตั้งแต่ในบ้านจนกระทั้งสงครามระหว่างประเทศทุกข์เพราะความโง่หรือความหลงเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ทำให้ใช้ชีวิตผิดๆและส่งผลร้ายต่อชีวิตทั้งในปัจจุบันยันอบายภูมิ …

เช่น คิดว่า ผลของความชั่วที่ทำแล้วไม่ส่งผลเพราะไม่เคยเห็นกระบวนการส่งผลของมัน ว่ามันทำงานยังไง ก็เลยไม่กลัวบาปเมื่อไม่กลัวก็ไปทำบาปทั้งคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว … ผลชั่วก็ดึงชีวิตให้ตกต่ำมีชีวิตที่ยากจน

เจ็บป่วย ถูกทำร้าย เจออุบัติเหตุเภทภัยสารพัดวนอยู่ในกองทุกข์อยู่ร่ำไป … สิ่งที่เราต้องเร่งศึกษาหาความรู้ หาความเข้าใจและลงมือทำให้แจ่มแจ้งเชิงประจักษ์ด้วยตัวเอง เช่น

-ฝึกเป็นผู้ให้ให้การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์การเป็นคนมีน้ำใจจะทำให้ชีวิตเราและเพื่อนมนุษย์ดีขึ้นอย่างไร? และเราควรจะเป็นผู้ให้สิ่งดีๆแก่ตัวเอง แก่เพื่อนมนุษย์ แก่เพื่อนบ้าน แก่ชุมชน

สังคมที่เราอยู่หรือแก่โลก อะไร-อย่างไรบ้าง

การดำรงตนให้เป็นมนุษย์ปกติที่มีใจสูงไม่ทำร้ายคนอื่นไม่ว่าคนหรือสัตว์ ไม่คดโกงไม่ขโมย ไม่แย่งคนรัก ของรักหรือทำผิดลูกเมียคนอื่นไม่โกหกไม่ด่าว่าส่อเสียดคนอื่นให้เสียหายหรือทำลายกำลังใจใครด้วยคำพูด

ไม่ทำลายสติ,ปัญญา,เกียรติ,และสุขภาพกาย-ใจของตัวเองและคนที่รัก ด้วยของมึนเมาต่างๆ … ลองมาศึกษาและปฏิบัติตัวเอาจริงเอาจังกับหลักการเหตุผลเหล่านี้ดูว่า ถ้าเรา และเพื่อนร่วมบ้านร่วมที่ทำงาน

ร่วมสังคมทุกระดับทำตัว แบบนี้มีความประพฤติแบบนี้ มันจะเกิดผลดีหรือส่งผลให้บรรยากาศในบ้านในเมือง หรือกระแสสังคม กระแสโลก มันจะเป็นยังไง ?

ดังนี้เป็นต้น … ที่คนธรรมดาอย่างเราควรคิดควรพูด ควรทำ เพราะคิดแล้ว พูดแล้ว ทำแล้วช่วย ให้เราพ้นจากความทุกข์กาย ทุกข์ใจพ้นจากทุกข์ภัยที่นำความโศกเศร้าเดือดร้อนมาให้เรา ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

แม้ข้ามชาติ … ดีกว่าไหม ?

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : Winnews.tv