คำมั่นสัญญา

378

เขาและเธออยู่กันเพียงลำพัง ไม่มีลูกหลานสามีอายุมากกว่า ตอนนี้ดูชราลงไปมาก ส่วนภรรยายังแข็งแรงด้วยสุขภาพของสามีที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เขาเคยบอกภรรยาว่า

“หากวันผมจากไป คุณแต่งงานใหม่ได้นะ ผมไม่ว่า”

“ฉันไม่มีทางแต่งงานใหม่ ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป อย่าจากฉันไปนะ ฉันกลัวความโดดเดี่ยว!” ภรรยากอดสามีไว้แน่น

อยู่มาวันหนึ่ง เขาและเธอไปปีนเขา สามีพลัดตกหน้าผา ทำให้ทั้งแขนและขาใช้การไม่ได้อีกต่อไป เขาจึงต้องนั่งรถเข็น เวลากินข้าวก็ต้องให้ภรรยาเป็นคนป้อน แม้แต่เรื่องอุจาระปัสสาวะ ก็ต้องให้ภรรยาเป็นผู้ชำระทำความสะอาด เพราะไม่มีบุตรสืบสกุลและไม่มีญาติที่ไหนแล้ว แม้เขาและเธอจะลำบากในการดำเนินชีวิต แต่ก็ยิ่งทำให้ทั้งคู่รักและถนอมกันมากขึ้น

อยู่มาวันหนึ่ง คุณหมอได้แจ้งให้เขาและเธอทราบว่า ผู้เป็นสามีเป็นมะเร็ง เหมือนเคาระซ้ำกรรมซัด จากสภาพร่างกายที่ไม่ปกติอยู่แล้ว ตอนนี้เขาต้องมาทนทุกข์ทรมานกับโรคร้ายและเคมีบำบัดที่แสนจะเจ็บปวดแสนสาหัส

คุณหมอได้สอบถามเขาว่า “คุณมีสิทธิ์เลือกการุณยฆาตนะครับ คุณจะเลือกไหม?”

“ไม่ครับคุณหมอ ผมเชื่อว่าผมยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน!” ชายชราพูดแล้วก็หัวเราะให้กับหมอ

“ตอนนี้เป็นเพราะอาการของคุณยังไม่หนักมาก คุณอาจทนทานกับความเจ็บปวดได้ แต่เมื่อมะเร็งลามกลายเป็นระยะสุดท้าย ร่ายกายของคุณอ่อนแอมากเกินไป คุณจะทนไหวหรือ?” คุณหมอกล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง

แม้ภรรยาของเขาจะสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่เธอก็ยังยินดีที่จะดูแลสามีผู้อาภัพเป็นอย่างดี แต่เมื่อเห็นสามีต้องทุกข์ทรมานกับโรคร้าย ใบหน้าของเขาที่ซูบผอมและอิดโรยลงวันแล้ววันเล่า เธอก็ได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บปวดนั้นไว้ ไม่กล้าแสดงออกมาให้สามีได้เห็น

อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้ถามสามีของเธอว่าทำไมไม่เลือกสิ่งที่คุณหมอเสนอ

สามีของเธอยิ้มและตอบว่า “ผมเป็นผู้ชายนะ จะเลือกฆ่าตัวตายด้วยวิธีการุณยฆาตได้อย่างไร?”

“โธ่! คุณผู้ชายคะ ตอนนี้คุณไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยที่มีพี่เลี้ยงอย่างฉันคอยดูแลเลยนะคะ ยังมาทำเป็นเก่งอีก!” เธอกล่าวขึ้นแล้วก็พากันหัวเราะ แท้ที่จริงแล้ว เธอดีใจที่สามีไม่เลือกการุณยฆาตแล้วจากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับคืน

ยิ่งเวลานานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกสงสารสามีมากเท่านั้น เธอไม่กล้ารั้งสามีให้อยู่ต่อเป็นเพื่อนเธอได้อีกต่อไป เธอขอร้องให้เขาเลือกการุณยฆาต เขาไม่เพียงแต่จะไม่รับปากในสิ่งที่ภรรยาขอ เขายังกุมมือเธอไว้แน่น คุณหมอและพยาบาลต่างรู้สึกอัศจรรย์ใจในความเข้มแข็งของคนไข้ชราคนนี้ ชายชราผู้นี้กำลังต่อกรกับพญามัจจุราชอย่างกล้าหาญ แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเขาต้องทุกข์ทรมานมากเพียงใด แต่ทุกคนก็ไม่เข้าใจว่าชายชราผู้นี้จะทนทรมานมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไมกัน?

บ่ายวันหนึ่ง ภรรยาของเขาก็หลับอย่างไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก ณ งานฝังร่างของภรรยาผู้เป็นที่รัก ชายชราไม่มีแม้แต่หยดน้ำตา นางพยาบาลได้เข็นรถพาเขามาอยู่ตรงหน้าหลุมศพภรรยา ภรรยาของเขานอนสงบนิ่งอยู่ในโลงศพ ชายชราได้แต่ยิ้มให้กับภรรยา

นางพยาบาลทนสงสัยต่อไปอีกไม่ได้

“พวกเราคิดว่าคุณรักภรรยามาก ก็เลยไม่อยากจากเธอไปจึงพยายามมีชีวิตอยู่ต่อ”

“คุณพูดถูกแล้ว ผมไม่อาจทิ้งเธอไป ผมจึงพยายามมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อเธอ ผมกลัวเธอร้องไห้ กลัวเธอโดดเดี่ยวและอยู่ลำพังไม่ได้หากผมต้องจากเธอไปก่อน!”

“ตั้งแต่วันที่ผมแต่งงานกับเธอ ผมก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้เธอร้องไห้เป็นเด็ดขาด แต่วันที่ผมนอนขดทรมานอยู่บนเตียงในวันนั้น ผมเห็นเธอร้องไห้เป็นครั้งแรก คุณรู้ไหม ผมเจ็บปวดมากกว่าโรคที่รุมเร้าผมซะอีก ผมผิดสัญญา เพราะผมทำให้เธอร้องไห้เพราะผมในครั้งนั้น”

นางพยาบาลได้แต่กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหล แล้วก็เข็นเขาออกมาผ่านไปอีกสองวัน ชายชราก็นอนหลับแล้วจากไปอย่างไม่มีวันตื่นใบหน้าที่อิดโรยเพราะโรคร้ายของเขาเปื้อนด้วยรอยยิ้มบางๆอยู่บนใบหน้าอย่างสุขใจ……….

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : นุสนธิ์บุ๊คส์