15 เรื่องจริงที่ไม่ควรทำ บนโลกโซเชียล…

228

1. อย่าบอกโจรว่าเราไม่อยู่บ้าน โดยการโพสต์ลงหน้าเฟสบุ๊คตัวเอง

ไม่ควรแจ้งกำหนดการการเดินทางอย่างละเอียด หรือความเคลื่อนไหวของเราทุกฝีก้าวบนโลกออนไลน์ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน

2. เรื่องในบ้านอย่านำมาบอกสังคม

“ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า” เรื่องภายในครอบครัว ควรคุยกันในครอบครัว ไม่ควรนำมาประจานกันเองให้สังคมรับรู้ เพราะจะทำให้ผู้คนไม่นับถือ และยิ่งจะทำให้รอยร้าวขยายใหญ่ขึ้นและบานปลายออกไป

3. อย่ารับทุกคนที่ขอเป็นเพื่อน จงคบคนที่ควรคบ

ก่อนที่จะรับใครเป็นเพื่อน หรือก่อนที่เราจะขอเป็นเพื่อนกับใคร จงดูบัญชี Facebook ของคนๆนั้นอย่างละเอียดเสียก่อน ดูให้แน่ใจว่าเป็นคนดีน่าคบหาหรือไม่ ส่วนเพื่อนที่มีอยู่แล้ว ให้เข้าไปดูว่ามีใครบ้างที่เราควรกดปุ่ม “เลิกเป็นเพื่อน”

4. อย่านินทาเจ้านายหรือบริษัทบนโลกออนไลน์

อันนี้เห็นกันอยู่บ่อยๆ….ควรหลีกเลี่ยงการวิจารณ์เจ้านายหรือการวิจารณ์องค์กรของตัวเองบนโลกออนไลน์ (ถ้ายังอยากมีการมีงานทำ ^_^) แม้จะเป็นเรื่องจริงก็ไม่ควรพูด เพราะมันเป็นเรื่องของมารยาทและกาลเทศะ หากเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอาจถูกฟ้องร้องและอาจผิด พรบ. คอมพิวเตอร์อีกด้วย

5. อย่าโพสต์ทุกเรื่องที่เราคิดแต่จงคิดทุกเรื่องก่อนจะโพสต์

Facebook เป็นพื้นที่สาธารณะ เรื่องส่วนตัวของเราอาจกลายเป็นเรื่องสาธารณะได้ และข้อมูลบางอย่างอาจนำภัยร้ายมาสู่เราได้ จึง “อย่างโพสต์ทุกเรื่องที่คิด จงคิดทุกเรื่องที่โพสต์”

6. อย่าอยู่แต่ในโลกออนไลน์จนลืมโลกชีวิตจริง

อย่าอยู่ในโลกออนไลน์จนลืมชีวิตจริง ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม เพราะคนในครอบครัวต้องการเรา ควรให้เวลากับคนรอบข้างมากกว่าโลกออนไลน์

7. อย่าอวดรวยจนเป็นภัยต่อตนเอง

ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ หรือนักธุรกิจขายตรง ก็มักจะเห็นเป็นธรรมดาว่ามีการอวดรวย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้คนอยากสมัครตาม หรืออยากใช้บริการสินค้าคุณ แต่คนต้องรู้ผลลัพธ์ที่จะตามมา เช่น สรรพากรที่จะเก็บภาษีคุณ มิจฉาชีพที่ไม่หวังดีกับคุณ หรือแม้กระทั่งเพื่อนที่จะยืมเงินคุณ….555

8. อย่าเช็คอินบ่อยนัก

การเช็คอิน จะทำให้โจรรู้ว่าคุณไม่อยู่บ้าน หรือทำให้คนอยู่ในระแวกเช็คอิน ตามหาตัวคุณได้ง่ายๆ…..ตัวอย่างเช่น ถ้ามีใครสักคนที่เห็นคุณไปเที่ยวในสถานที่ของเขา….เขาอยากรู้จักคุณ ก็แค่หาในเฟสบุ๊คค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว แล้วดูว่ามีเฟสคุณเช็คอินหรือเปล่า จากนั้นเขาก็จะตามมาส่องเฟสคุณ และรู้ว่าคุณพักที่ไหน มากับใคร ถ้าคุณเจอคนแบบนี้ อาจโชคดีคือ ได้แฟนสักคน หรืออาจโชคร้ายคือโดนปล้น โดนฉุด ก็เป็นได้ จงระวังอย่าเช็คอินบ่อยนัก

9. อย่าระบายอารมณ์ปัญหาเรื่องแฟน

เพราะเดี๋ยวคุณก็ดีกัน….แล้วมานั่งลบสถานะอยู่ดี…เห็นมาบ่อยแล้ว

10. ระวังถูกหลอกให้โอนเงิน 

ระวังมิจฉาชีพจะใช้ความโลภมาเป็นเหยื่อล่อให้เราติดกับดัก เช่น บอกว่าเราได้รับรางวัลที่มีมูลค่าสูง แต่มีค่าธรรมเนียมบางอย่างที่เราต้องโอนเงินให้ก่อนจึงจะได้รับรางวัล ซึ่งเมื่อเราดูจำนวนเงินแล้วน้อยกว่ารางวัลมาก หากเราหลงกลก็จะโอนเงินให้มิจฉาชีพไป หลังจากนั้นก็จะติดต่อไม่ได้อีกเลย

11. อย่าคลิกทุกลิงค์ที่เห็น จนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย

เห็นลิ้งค์อะไรลอยมาอย่าเพิ่งรีบแตะ เพราะอาจเป็นลิ้งค์ที่เป็นไวรัส หรืออาจเป็นลิ้งค์ของมิจฉาชีพหรือแฮคเกอร์ที่ต้องการขโมยข้อมูลหรือขโมยบัญชี Facebook ของเรา เพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด หรืออาจสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับเราได้…………..เว้นแต่ลิ้งของเว็บไซต์ รักยิ้ม หรือ rugyim.com คลิ๊กได้นะ เราหวังที่จะมอบเรื่องราวดีๆให้กับคุณ 🙂 🙂 

12. อย่าหลงเชื่อและอย่าส่งต่อข้อมูลเท็จ

อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ถูกส่งต่อๆกันมาโดยไม่ได้ไตร่ตรอง และอย่าส่งต่อโดยไม่ได้คิดอย่างรอบคอบ เพราะข้อมูลบางอย่างอาจเป็นข่าวลือ, เป็นข้อมูลเท็จ หรือเป็นการแอบอ้าง ที่อาจสร้างความเสียหายให้ผู้อื่นและผิด พรบ. คอมพิวเตอร์

13. อย่าเปิดเผยข้อมูลสำคัญทางการเงิน

อย่าเปิดเผยหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนและข้อมูลบัตรเครดิต ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบข้อความหรือเป็นภาพถ่าย เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่จ้องขโมยเงินของเรา

14. จงรักษารหัสผ่านเอาไว้ให้ดี

ไม่ควรตั้งรหัสผ่านบัญชี Facebook ด้วยข้อมูลส่วนตัวที่คาดเดาได้ง่ายๆ เช่น ชื่อ, นามสกุล, เบอร์มือถือ, วันเดือนปีเกิด, ชื่อลูก ฯลฯ เพื่อป้องกันแฮคเกอร์ที่อาจจะมาขโมยบัญชี Facebook ของเรา

15. แสดงความคิดเห็นอย่างระมัดระวัง

เรามีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ควรไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนเสมอ จงแน่ใจว่าความคิดเห็นของเราไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีงามของสังคม โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ เรื่องการเมืองอันตรายมาก คุณอาจโดนอุ้มได้

และสุดท้ายนี้…..อย่าเล่นขณะเดินข้ามถนน

.

ขอบพระคุณแหล่งข้อมูล : BRANDING.co.th

เรียบเรียงโดย : รักยิ้ม