จีนแบ่งปันความรู้ 8 สูตร รั ก ษ า ผู้ ป่ ว ย โควิด-19

0
253

รายการ “ย า” และ “วิธีการรั กษ า” ต่อไปนี้ คือแนวทางการรั กษ าที่พบว่ามีศักยภาพในการต่อสู้กับโ ร คติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และเสร็จสิ้นการทดลองหรืออยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกในจีน

1) ฟาวิพิราเวียร์ (FAVIPIRAVIR)

ฟาวิพิราเวียร์เป็นย าต้านไวรัสก่อโ ร คไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการอนุมัติเพื่อการใช้ง า นทางคลินิกในญี่ปุ่นเมื่อปี 2014 โดยย าตัวนี้ช่วยให้ผู้ป่ ว ยมีผลตรวจไวรัสออกมาเป็นลบได้ในเวลาอันสั้น ทั้งยังไม่ปรากฏอาการไม่พึงประสงค์ที่ชัดเจ นในการทดลองทางคลินิกที่ดำเนินจ นเสร็จสิ้นในนครเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

ส่วนการทดลองอีกรายการหนึ่งซึ่งดำเนินการในนครอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโ ร คโควิด-19 เผยให้เห็นถึงประสิทธิภาพการรั กษ าของย านี้เช่นกัน โดยผลออกมาดีกว่าผลของกลุ่มควบคุม (control group) หรือกลุ่มตัวอย่างที่ผู้วิจัยจัดให้มีลักษณะเหมือนกลุ่มทดลอง แต่ไม่ได้รับตัวแปรในการทดลอง เพื่อใช้เปรียบเทียบผลที่ได้กับกลุ่มทดลอง

ขณะนี้ บริษัทเภสัชกรรมจีนแห่งหนึ่งได้รับการอนุมัติจากสำนักง า นบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติ (NMPA) ให้ผลิตย าชนิดนี้จำนวนมากแล้ว พร้อมทั้งประกันย าสำรองให้เพียงพอ

2) คลอโ ร ควิน ฟอสเฟต (CHLOROQUINE PHOSPHATE)

คลอโ ร ควิน ฟอสเฟต เป็นย ารั กษ าและป้องกันการติดเชื้อมาลาเรียและรั กษ าโ ร คภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ที่ถูกนำมาใช้รั กษ าผู้ป่ ว ยโ ร คโควิด-19 ที่มีอาการวิกฤตในโรงพย าบาลแห่งหนึ่งของอู่ฮั่น และจ นถึงขณะนี้ยังไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่ปรากฏชัดจากการใช้ย า

กรอบแนวทางการรั กษ าฉบับล่าสุดของจีนระบุให้คลอโ ร ควิน ฟอสเฟต เป็นย าแนะนำสำหรับผู้ป่ ว ยโ ร คโควิด-19 ที่มีอายุ 18-65 ปี โดยหากผู้ป่ ว ยมีน้ำหนักมากกว่า 50 กิโลกรัม ให้ใช้ย าขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน แต่ไม่ควรใช้ในผู้ป่ ว ยกลุ่มเ สี่ ย ง 9 กลุ่ม อาทิ หญิงมีครรภ์ ผู้ป่ ว ยโ ร คหัวใจ ตับ และไตเรื้อรัง

3) แพทย์แผนจีน (TCM)

การแพทย์แผนจีน (TCM) ได้รับการพิสูจ น์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรั กษ าผู้ป่ ว ยโ ร คโควิด-19

บรรดาผู้เชี่ยวชาญการแพทย์กล่าวว่าวิธีรั กษ าด้วยย าแผนจีนนั้นช่วยลดอาการไข้หรือไอในผู้ป่ ว ยอาการไม่รุ นแร งได้ ส่วนผู้ป่ ว ยที่อาการรุ นแร งนั้น ย าแผนจีนจะช่วยบรรเทาอาการต่าง และฟื้นฟูความอิ่มตัวของออกซิเจ นในเ ลื อ ด ป้องกันไม่ให้อาการของผู้ป่ ว ยทรุดหนักจ นถึงขั้นวิกฤต

นอกจากนี้ จีนยังได้แนะนำย าต้ม “ชิงเฟ่ย ไผตู๋” (Qingfei Paidu) แก่สถาบันทางการแพทย์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา

4) โทซิลิซูแมบ (TOCILIZUMAB)

กรอบแนวทางการรั กษ าฉบับล่าสุดแนะนำให้ใช้ย าโทซิลิซูแมบ ซึ่งใช้ชื่อทางการค้าว่าแอกเทมรา (Actemra) ในผู้ป่ ว ยที่มีระดับอินเทอร์ลิวคิน-6 (IL-6) เพิ่มสูงขึ้น และมีรอยโ ร คระดับสูงในปอดทั้ง 2 ข้าง หรือมีอาการรุ นแร ง

เนื่องจากผู้ป่ ว ยโ ร คโควิด-19 ที่มีอาการรุ นแร งและอาการวิกฤตจำนวนมากได้รับการตรวจพบระดับ IL-6 ในเ ลื อ ดที่สูงขึ้น ระดับ IL-6 ที่สูงขึ้นนั้นจึงกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าอาการของผู้ป่ ว ยอาจทรุดลงได้

ขณะนี้ ย าโทซิลิซูแมบอยู่ยังระหว่างการทดลองทางคลินิกในโรงพย าบาล 14 แห่งในอู่ฮั่น และจ นถึงวันที่ 5 มี.ค. มีการใช้ย าชนิดนี้รั กษ าผู้ป่ ว ยอาการรุ นแร งแล้ว 272 ราย

ผู้ป่ ว ยโ ร คโควิด-19 ที่หายดี เดินทางมายังศูนย์บริจาคเ ลื อ ดกลาง ณ นครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เพื่อบริจาคพลาสมา ซึ่งจะถูกนำไปใช้รั กษ าผู้ป่ ว ยที่อาการวิกฤต

5) น้ำเ ลื อ ดที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (CONVALESCENT PLASMA)

น้ำเ ลื อ ดหรือพลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกันได้มาจากการนำพลาสมาที่เก็บจากผู้ป่ ว ยโ ร คโควิด-19 ที่หายป่ ว ยแล้วมาผ่านกระบวนการ โดยพบว่ามีส่วนประกอบของโปรตีนภูมิคุ้มกันในปริมาณมาก เมื่อนับถึงวันที่ 28 ก.พ. มีผู้ป่ ว ยโ ร คโควิด-19 ที่รับการรั กษ าด้วยวิธีนี้แล้ว 245 ราย โดย 91 รายมีอาการและตัวบ่งชี้ทางคลินิกดีขึ้นหลังรับการรั กษ า

ทั้งนี้ ทางการสาธารณสุขชี้ว่าการรั กษ าด้วยพลาสมาได้รับพิสูจ น์แล้วว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

6) เรมเดซิเวียร์ (REMDESIVIR)

ย าเรมเดซิเวียร์พัฒนาขึ้นโดยกิลเลียด ไซเอนเซส (Gilead Sciences) บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติสหรัฐฯ เพื่อต้านเชื้ออีโบลา สำหรับการรั กษ าโ ร คโควิด-19 นั้น ย าชนิดนี้สามารถออกฤnธิ์ต้านไวรัสในระดับเซลล์ได้ดีพอสมควร

เฉาปิน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นผู้นำในโครงการทดลองย าเรมเดซิเวียร์ ระบุว่าการทดลองย าทั้ง 2 ส่วน เป็นไปอย่างราบรื่น และจีนจะแบ่งปันข้อมูลกับประชาคมนานาชาติหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ

7) การทดลองปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ (STEM CELL)

จีนทำการวิจัยและทดลองใช้สเต็มเซลล์ในการรั กษ าผู้ป่ ว ยโ ร คโควิด-19 หลายรายการ ซึ่งรวมถึงย าสเต็มเซลล์ที่ได้รับการอนุมัติสำหรับทดลองทางคลินิก และวิธีการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์เนื้อเยื้อเกี่ยวพัน (mesenchymal)

แพทย์ได้ใช้วิธีดังกล่าวในการรั กษ าผู้ป่ ว ยอาการรุ นแร งและวิกฤต 64 ราย และได้รับการพิสูจ น์ว่ามีประสิทธิภาพในการลดปฏิกิริย าอักเสบรุ นแร งที่เกิดจากโ ร คดังกล่าว รวมถึงลดการบาดเจ็ບในปอดและลดพังผืดในปอดด้วย

ทั้งนี้ สมาคมชีววิทย าของเซลล์แห่งจีน (Chinese Society for Cell Biology) และสมาคมการแพทย์จีน (Chinese Medical Association) ร่วมกันออกแนวปฏิบัติเพื่อวางมาตรฐานการวิจัยทางคลินิกและการประยุกต์ใช้การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ต้านโ ร คโควิด-19

8) การฟอกเ ลื อ ด

ที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีตับเทียมและเทคโนโลยีฟอกเ ลื อ ดมาใช้ในการรั กษ าผู้ป่ ว ยอาการวิกฤต และพบว่าปัจจัยการอักเสบของผู้ป่ ว ยที่ได้รับการรั กษ าด้วยวิธีนี้ลดระดับลง ทั้งยังมีผลการตรวจทรวงอกที่ดีขึ้นด้วย

วิธีการรั กษ านี้ยังช่วยลดระยะเวลาการใช้เครื่องช่วยหายใจลดลงได้เฉลี่ย 7.7 วัน รวมถึงลดระยะเวลาเฝ้าระวังในห้องผู้ป่ ว ยฉุกเฉินหรือไอซียูได้อีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.sanook.com/news/8059558/